ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการรับจ้างทำของ

กค 0811/1934 · 13 มีนาคม 2543

เลขที่หนังสือ
กค 0811/1934
วันที่
13 มีนาคม 2543
ข้อกฎหมาย
มาตรา 587 (ยังไม่พบข้อความมาตรานี้)
เลขตู้
63/29036

1.ข้อหารือ

1. สรรพากรพื้นที่ ได้ออกหมายเรียกตรวจสอบภาษีอากร ราย บริษัท ศ. จำกัด สำหรับ

รอบระยะเวลาบัญชี พ.ศ. 2534 - 2535 จากการตรวจสอบพบว่า บริษัทฯ ก่อสร้างโกดังเก็บสินค้า

เมื่อปี พ.ศ. 2534 โดยว่าจ้างทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาเป็นผู้ทำการก่อสร้าง และเนื่องจากบริษัทฯ

ไม่มีความชำนาญประกอบกับเพื่อความสะดวกรวดเร็ว บริษัทฯ จึงทำหนังสือมอบอำนาจให้ผู้รับจ้าง

ก่อสร้างเป็นตัวแทนในการสั่งซื้อวัสดุก่อสร้าง ซึ่งผู้ขายสินค้าจะออกใบเสร็จรับเงินโดยระบุชื่อบริษัทฯ

เป็นผู้จ่ายเงิน บริษัทฯ จะจ่ายเงินให้ผู้รับจ้างเป็นค่าแรงงานและค่าวัสดุก่อสร้างแยกออกจากกัน และหัก

ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายไว้เฉพาะค่าแรงงานเท่านั้น

2. สรรพากรพื้นที่ เห็นว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นการจ้างทำของที่ผู้รับจ้างต้อง

จัดหาสัมภาระด้วยตนเอง บริษัทฯ จึงมีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3.0 ของฐาน

เงินได้ที่เป็นค่าแรงงานและค่าวัสดุก่อสร้างรวมกัน จึงหารือว่า การที่บริษัทฯ ทำสัญญาจ้างแรงงาน 1

ฉบับ และทำหนังสือแต่งตั้งตัวแทนเพื่อจัดซื้อวัสดุอีก 1 ฉบับ กับบุคคลหรือนิติบุคคลเดียวกัน ถือเป็น

การจ้างทำของหรือไม่ และจะต้องหักภาษีเงินได้ณ ที่จ่าย จากยอดค่าแรงงานรวมกับค่าวัสดุก่อสร้าง

ถูกต้องหรือไม่

3. สำนักงานสรรพากรภาคเห็นว่า ภาระในการจัดหาสัมภาระตามสัญญาจ้างทำของจะตก

อยู่กับผู้ว่าจ้างหรือผู้รับจ้างก็ได้ ขึ้นอยู่กับข้อตกลงตามสัญญา ซึ่งสัญญาดังกล่าวมีการระบุชัดเจนให้ผู้ว่าจ้าง

เป็นผู้จัดหาสัมภาระการที่ผู้รับจ้างจัดซื้อวัสดุก่อสร้างจากผู้ขายสินค้าจึงเป็นการกระทำในฐานะตัวแทนของ

ผู้ว่าจ้าง ดังนั้น เมื่อบริษัทฯจ่ายเงินให้ผู้รับจ้างโดยแยกค่าแรงงานและค่าวัสดุก่อสร้างออกจากกัน จึง

ไม่อาจถือได้ว่าเป็นเงินที่จ่ายเป็นค่าจ้างทำของทั้งหมด บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

เฉพาะค่าแรงงานเท่านั้น จึงหารือว่าความเห็นดังกล่าวถูกต้องหรือไม่

2.แนววินิจฉัย

สัญญาจ้างก่อสร้างตามข้อเท็จจริงระบุให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาสัมภาระ โดยทำสัญญาอีกฉบับ

หนึ่งมอบอำนาจให้ผู้รับจ้างเป็นตัวแทนในการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้าง ซึ่งสัญญาตัวแทน

ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาสัมภาระ เนื่องจากผู้ว่าจ้างไม่มีความชำนาญเพียงพอ

และเพื่อความสะดวกรวดเร็ว โดยมุ่งถึงผลสำเร็จของงานคืออาคารก่อสร้างเป็นสำคัญ ดังนั้น จึงถือว่า

สัญญาตัวแทนเป็นส่วนประกอบของสัญญารับจ้าง เข้าลักษณะเป็นสัญญาจ้างทำของ ตามมาตรา 587 แห่ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยถือเป็นสัญญาจ้างทำของทั้งจำนวน จะแยกยอดค่าวัสดุก่อสร้างออก

ไม่ได้ ดังนั้น เมื่อบริษัทฯ จ่ายเงินค่าแรงงานและค่าวัสดุก่อสร้างให้ผู้รับจ้าง บริษัทฯ จะต้องหัก

ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3.0 ของเงินได้ทั้งหมด ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.

4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หัก

ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 14 มกราคม 2551

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

    กค 0706/259

  2. 5 กรกฎาคม 2550

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายของกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน

    กค. 0706/6584

  3. 8 กุมภาพันธ์ 2549

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขายบัญชีลูกหนี้ค่าบริการ

    กค 0706/1050

  4. 17 มกราคม 2549

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการหักภาษี ณ ที่จ่าย

    กค 0706/193

  5. 8 ธันวาคม 2547

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีค่าโฆษณา ค่าห้องพัก ค่าจัดหารถยนต์พร้อมคนขับ ค่าเช่า ค่าจ้างเทพื้นคอนกรีต ค่าซื้อหนังสือพิมพ์ ค่าป่วยการ และเงินเดือน ประเด็นปัญหา: คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528,มาตรา 40(8), มาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร             1. บริษัทฯ ได้ว่าจ้างบริษัทในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งไม่มีสถานประกอบการใน ประเทศไทย โฆษณาสินค้าผ่านเว็บไซต์ของบริษัทในประเทศสิงคโปร์ โดยบริษัทฯ จะนำรูปถ่ายและตัวอย่างสินค้าที่ผลิตส่งมอบให้บริษัทในประเทศสิงคโปร์ เพื่อโฆษณาเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักแก่บุคคลที่เข้าไปดูรายการสินค้าในเว็บไซต์ จึงขอทราบว่า หากบริษัทฯ ได้ชำระค่าบริการ (Information Listing In Japan-Thailand Electronic Online Directory) ให้แก่บริษัทในประเทศสิงคโปร์ จะต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่าย (ภ.ง.ด.54) และนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.36) หรือไม่ อย่างไร           2. บริษัทฯ จ่ายค่าห้องพักของพนักงานให้แก่บริษัทผู้ให้เช่า โดยหักภาษี เงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 5.0 ต่อมาบริษัทผู้ให้เช่าได้เปลี่ยนกิจการเป็นโรงแรม และ เรียกเก็บเป็นค่าบริการห้องพัก บริษัทฯ สามารถหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 5.0 ได้ หรือไม่           3. บริษัทฯ ทำสัญญากับบริษัทอื่น ให้จัดหารถยนต์ตู้และรถบัสพร้อมคนขับเพื่อรับ-ส่งพนักงานตามจุดต่าง ๆ และจัดหารถบัสพร้อมคนขับนำมาจอดไว้ที่บริษัทฯ ทั้งวันเพื่อ รับ-ส่งพนักงานผู้มาทำงานล่วงเวลาในวันหยุด และจัดหารถยนต์ตู้พร้อมคนขับเพื่อสำรอง (Stand by) ไว้ใช้ออกไปในสถานที่ต่าง ๆ แล้วแต่กรณี หรือเพื่อพาแขกไปตีกอล์ฟตามจังหวัดใกล้เคียงใน บางครั้ง โดยมีข้อกำหนดแห่งสัญญาให้บริษัทผู้จัดหารถยนต์คำนวณค่าบริการและค่าน้ำมันตามระยะทางพร้อมค่าล่วงเวลา บริษัทฯ ขอทราบว่า                (1) บริษัทฯ จะต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย สำหรับการให้บริการจัดหา รถยนต์ตู้และรถบัสพร้อมคนขับ ในอัตราเท่าใด อย่างไร เป็นอย่างไร                (2) หลักเกณฑ์การพิจารณาเพื่อหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 5.0 ร้อยละ 3.0 และร้อยละ 1.0 สำหรับค่าเช่า ค่าบริการ และค่าขนส่ง ตามลำดับเป็นอย่างไร           4. บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายหรือไม่ อย่างไร เพราะเหตุใด สำหรับการจ่ายเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดา ในกรณีดังต่อไปนี้                (1) กรณีบริษัทฯ ได้ว่าจ้างให้บุคคลธรรมดาทำการกั้นห้อง หรือเทพื้นคอนกรีต โดยผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาสัมภาระทั้งหมด และจ่ายค่าจ้างแต่ละครั้งเป็นจำนวนไม่เท่ากัน                (2) กรณีบริษัทฯ ซื้อหนังสือพิมพ์รายวันจากบุคคลธรรมดาทุกวันในราคาปกติ                (3) กรณีรถยนต์รับส่งพนักงานของบริษัทฯ ไม่เพียงพอในบางวัน บริษัทฯ จะว่าจ้างบุคคลธรรมดาให้จัดหารถยนต์พร้อมคนขับ เพื่อรับส่งพนักงานตามสถานที่ต่าง ๆ ตามที่ ตกลงกัน โดยตกลงจ่ายค่าจ้างเป็นรายเที่ยวเที่ยวละไม่ถึง 1,000 บาท ตามระยะทางใกล้หรือไกลของเส้นทาง ทั้งนี้ บริษัทฯ จะรวบรวมจ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือนเดือนละครั้ง โดยในบางเดือนมีจำนวนเกินกว่า 1,000 บาท           5. กรณีบริษัทฯ ได้ซื้อเครื่องจักรจากบริษัทในประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้ผลิต สินค้าประเภทเดียวกัน แต่ไม่มีสถานประกอบการถาวรในไทย และได้ทำข้อตกลงให้บริษัท ในประเทศมาเลเซีย จัดส่งวิศวกรเครื่องจักร เพื่อให้คำแนะนำวิธีใช้เครื่องจักรให้ราบรื่นและมี ประสิทธิภาพในการผลิตสินค้า โดยบริษัทในประเทศมาเลเซีย จะจัดส่งวิศวกรจำนวน 4 คน มาให้คำแนะนำเป็นระยะเวลาประมาณ 6 เดือน หรืออาจจะมากหรือน้อยกว่า แล้วแต่กรณี ในปีภาษี เดียวกัน โดยบริษัทฯ จะรับผิดชอบให้ความสะดวกเกี่ยวกับที่พักและรถรับ-ส่ง พร้อมจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงวันละ 600 บาท ให้แก่วิศวกรโดยตรง ระหว่างที่พักอยู่ในประเทศไทย รวมทั้งเงินเดือน ในประเทศมาเลเซีย เงินประกันตามกฎหมาย ค่าโดยสารเครื่องบินไป-กลับ และค่าล่วงเวลา โดยบริษัทฯ จะโอนเงินดังกล่าวให้แก่บริษัทในประเทศมาเลเซีย ตามใบแจ้งหนี้ที่จัดส่งมาเรียกเก็บ ภายหลัง บริษัทฯ ขอทราบในกรณีดังต่อไปนี้                (1) บริษัทฯ จะต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย จากวิศวกรจำนวน 4 คน หรือไม่ หากต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ให้คำนวณภาษีจากฐานรายได้ใด นำส่งด้วยแบบแสดง รายการใด หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอย่างไร                (2) บริษัทฯ ในประเทศมาเลเซียต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทยหรือไม่ อย่างไร                (3) บริษัทฯ ต้องหักภาษีเงินได้ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร และนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ อย่างไร จากฐานค่าใช้จ่ายใดบ้าง

    กค 0706(กม.05)/1022

  6. 11 กันยายน 2541

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย กรณีเงินค่าจ้างทำของ

    กค 0811/13398

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ