ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการหักรายจ่ายดอกเบี้ยตราสารหนี้
กค 0811/13821 · 22 กันยายน 2541
- เลขที่หนังสือ
- กค 0811/13821
- วันที่
- 22 กันยายน 2541
- ประเภทภาษี
- ภาษีเงินได้นิติบุคคล
- ข้อกฎหมาย
- มาตรา 65
- เลขตู้
- 61/27114
1.ข้อหารือ
ธนาคารฯ มีความประสงค์จะออกหุ้นบุริมสิทธิ์ชนิดไม่สะสมเงินปันผลขายควบคู่กับหุ้นกู้ให้แก่
นักลงทุนในต่างประเทศ เพื่อให้ธนาคารฯ สามารถบันทึกรายการกู้ยืมเงินจากการขายหุ้นกู้ดังกล่าวเป็น
เงินกองทุนขั้นที่ 1 ตามพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505 ทั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือฐานะทาง
การเงินธนาคารฯ โดยมีขั้นตอนสรุปได้ ดังนี้
1. ธนาคารฯ โดยสาขาในต่างประเทศ ("สาขา") จะออกหุ้นกู้ขายให้แก่นักลงทุนใน
ต่างประเทศเป็นเงินสกุลต่างประเทศที่อัตราดอกเบี้ยที่คำนวณจากผลตอบแทนของตั๋วเงินคลัง
สหรัฐอเมริกา คูณด้วยเปอร์เซนต์ของเงินต้นต่อปี โดยอาจไถ่ถอนคืนได้ ตามข้อกำหนดของหุ้นกู้ดังกล่าว
ธนาคารฯ จะต้องชำระดอกเบี้ยให้แก่นักลงทุนปีละ 2 งวด ในอัตราที่กำหนด อย่างไรก็ดี ธนาคารฯ จะ
ได้รับผ่อนผันไม่ต้องชำระดอกเบี้ย หากธนาคารฯ มีกำไรไม่เพียงพอและไม่ปรากฏว่ามีเงินปันผลจ่ายให้
แก่ผู้ถือหุ้นสามัญของธนาคารฯ โดยในกรณีที่มีการไถ่ถอนหุ้นกู้ ธนาคารฯ จะต้องชำระเงินต้นตามราคา
หน้าตั๋วคืนให้แก่ผู้ทรงหุ้นกู้ในขณะนั้น บวกด้วยอัตราผลตอบแทนของตั๋วเงินคลังของสหรัฐอเมริกา
2. ธนาคารฯ ได้รับอนุมัติจากธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงพาณิชย์ ตามหนังสือ
ของธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การพิจารณาตราสารที่นับเป็นเงินกองทุนขั้นที่ 1 ลงวันที่ 20
สิงหาคม 2541 และหนังสือจากกรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การกำหนดสภาพของหุ้นบุ
ริมสิทธิ์ ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2541 อนุมัติให้ธนาคารฯ บันทึกบัญชีการกู้ยืมเงินดังกล่าวเป็นเงินกองทุน
ขั้นที่ 1 ตามกฎหมายโดยธนาคารฯ จะต้องออกหุ้นบุริมสิทธิ์จำนวนหนึ่งในราคาพรีเมี่ยม ซึ่งเท่ากับมูลค่า
หุ้นกู้ข้างต้น เพื่อขายให้แก่นักลงทุนในต่างประเทศ หุ้นบุริมสิทธิ์จะมีสิทธิออกเสียงและสิทธิพิเศษในการได้
รับเงินปันผลในอัตราที่เท่ากับอัตราดอกเบี้ยจ่ายตามตราสารหนี้ และจะได้รับเงินคืนทุนเมื่อมีการชำระ
บัญชีก่อนผู้ถือหุ้นสามัญ แต่เนื่องจากโดยแท้จริงแล้วธนาคารฯ ไม่ประสงค์ที่จะออกหุ้นบุริมสิทธิ์ดังกล่าวให้
แก่นักลงทุนแต่อย่างใด ดังนั้น ทันทีที่มีการสั่งซื้อหุ้นบุริมสิทธิ์ ธนาคารฯ จะคืนเงินค่าหุ้นบุริมสิทธิ์ให้แก่นัก
ลงทุนโดยนักลงทุนตกลงที่จะไม่ใช้สิทธิออกเสียงและจะสละสิทธิพิเศษของหุ้นบุริมสิทธิ์ดังกล่าว เพื่อการนี้
ข้อบังคับของธนาคารฯ ที่ยื่นขอแก้ไขกับกระทรวงพาณิชย์จะระบุไว้โดยชัดเจนว่าหุ้นบุริมสิทธิ์ จะมีสิทธิได้
รับเงินปันผลเพียง 1 บาท หากได้มีการชำระดอกเบี้ยในหุ้นกู้เต็มจำนวนแล้ว และจะไม่ได้รับสิทธิพิเศษ
ในการคืนทุนเมื่อมีการชำระบัญชีหากได้มีการไถ่ถอนหุ้นกู้ และคืนเงินต้นให้แก่ผู้ทรงหุ้นกู้เต็มจำนวนแล้ว
อนึ่ง ในกรณีที่มีการไถ่ถอนหุ้นกู้และชำระเงินต้นคืนเต็มจำนวนแล้ว หุ้นบุริมสิทธิ์ดังกล่าวจะยังคงอยู่ต่อไป
และอาจถูกแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญได้ สิทธิของผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ์หลังจากการแปลงสภาพ จะเทียบเท่ากับ
สิทธิตามปกติที่ผู้ถือหุ้นสามัญพึงได้รับ
3. ธนาคารแห่งประเทศไทยได้พิจารณาอนุมัติให้ธนาคารฯ บันทึกธุรกรรมข้างต้น เป็น
เงินกองทุนขั้นที่ 1 ตามพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505 และตามระเบียบที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ
โดยมีเงื่อนไขว่าหุ้นกู้ และหุ้นบุริมสิทธิ์จะต้องแยกต่างหากจากกันได้ โดยหุ้นบุริมสิทธิ์จะยังคงอยู่ต่อไป
แม้ว่าจะได้มีการไถ่ถอนหุ้นกู้แล้วก็ตาม นอกจากนี้ตามมาตรฐานทางการบัญชีที่ยอมรับกันทั่วไป ธนาคารฯ
จะบันทึกรายการข้างต้นเป็นรายการประเภทที่อยู่ระหว่างหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้นในงบดุลรวมของ
ธนาคารฯ โดยสาขาฯ ของธนาคารฯ จะยังคงบันทึกหุ้นกู้ดังกล่าวเป็นหนี้สินในงบดุลของสาขาฯ ต่อไป
ธนาคารฯ ขอทราบว่า เมื่อสาขาฯ ชำระดอกเบี้ยให้แก่ผู้ทรงหุ้นกู้ ธนาคารฯ มีสิทธิ์บันทึก
รายการดอกเบี้ยดังกล่าวเป็นรายจ่ายของสาขาฯ ซึ่งนำมาตัดเป็นรายจ่ายในการคำนวณ
ภาษีเงินได้นิติบุคคลของธนาคารฯ ในปีภาษีที่ดอกเบี้ยนั้นถึงกำหนดชำระได้ถูกต้องหรือไม่
2.แนววินิจฉัย
กรณีตามข้อเท็จจริง สาขาฯ ได้ทำการออกหุ้นกู้ให้แก่นักลงทุน และได้ชำระดอกเบี้ยตาม
หุ้นกู้ดังกล่าวจริง โดยได้รับอนุมัติจากธนาคารแห่งประเทศไทย และโดยที่การออกหุ้นบุริมสิทธิ์ดังกล่าว
เป็นเพียงเพื่อประโยชน์ให้ธนาคารฯ สามารถบันทึกเป็นเงินกองทุนขั้นที่ 1 ได้ เท่านั้น โดยธนาคารฯ
ยังคงมีหน้าที่ที่จะต้องชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยตามข้อกำหนดเช่นเดียวกับการกู้ยืมเงินทุกประการ ดังนั้น
เมื่อสาขาฯ ของธนาคารฯ ได้ชำระดอกเบี้ยให้แก่ผู้ทรงหุ้นกู้ในอัตราที่คำนวณจากตั๋วเงินคลัง
สหรัฐอเมริกา ตามที่ได้ระบุไว้ในข้อกำหนดหุ้นกู้ สาขาฯ สามารถนำดอกเบี้ยดังกล่าวมาเป็นรายจ่ายของ
สาขาฯ ในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลของธนาคารฯ ในประเทศไทยได้ตามเกณฑ์
สิทธิแห่งมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากรแม้ว่าธนาคารฯ จะบันทึกธุรกรรมดังกล่าวเป็นทุนเพื่อประโยชน์
ในการคำนวณเงินกองทุนขั้นที่ 1 ทางบัญชีก็ตาม แต่ทั้งนี้ ดอกเบี้ยจ่ายดังกล่าวจะต้องมีจำนวนไม่เกินกว่า
อัตราดอกเบี้ยอันสมควรในท้องตลาดที่คิดจากเงินสกุลเดียวกันภายใต้เงื่อนไขเช่นเดียวกันนั้น
ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง
เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า
24 กรกฎาคม 2566
ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีรายจ่ายดอกเบี้ยให้แก่สำนักงานใหญ่ในกรณีกู้เงินเพื่อเพิ่มเงินกองทุนและกรณีแปลงกำไรสะสมเป็นทุนกค 0702/4123
27 ธันวาคม 2549
ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีดอกเบี้ยเงินกู้ยืมกค 0706/10948
13 กันยายน 2548
ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีดอกเบี้ยที่เข้าลักษณะเป็นรายจ่ายกค 0706/7680
2 กันยายน 2548
ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการคำนวณกำไรสุทธิกค 0706/7430
26 มีนาคม 2546
ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ยืมกค 0706/2983
1 พฤษภาคม 2545
ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีการได้รับโอนหุ้นจากการแปลงหนี้เป็นทุนของลูกหนี้ธนาคารตามแผนฟื้นฟูกิจการกค 0811/3516
บริการเสริม
ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ
ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้
ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว
อ้างมาตรา 65 เช่นกัน
ดูทั้งหมด- กค 0702/12555 มีนาคม 2569ภาษีเงินได้นิติบุคคลภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการรับรู้เงินได้ค่าสินไหมทดแทนประกันภัยในส่วนที่เกินจากมูลหนี้ค่าเสียหายตามสัญญาเช่าซื้อเปิดข้อหารือ
- กค 0702/12485 มีนาคม 2569ภาษีเงินได้นิติบุคคลภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการรับรู้รายได้ค่าตอบแทนการเช่าและค่าเช่าที่ดินเปิดข้อหารือ
- กค 0702/6355 กุมภาพันธ์ 2569ภาษีเงินได้นิติบุคคลภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการประกอบกิจการของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรและนิติบุคคลอาคารชุดเปิดข้อหารือ
- กค 0702/543923 กันยายน 2567ภาษีเงินได้นิติบุคคลภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการรับรู้รายได้จากการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เปิดข้อหารือ
- กค 0702/49744 กันยายน 2567ภาษีเงินได้นิติบุคคลภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการควบเข้ากันของบริษัทมหาชนจำกัดเปิดข้อหารือ
เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ