ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีรายได้รายจ่ายและการจ่ายเงินไปต่างประเทศ

กค 0706/12107 · 11 ธันวาคม 2550

เลขที่หนังสือ
กค 0706/12107
วันที่
11 ธันวาคม 2550
เลขตู้
70/35504

1.ข้อหารือ

บริษัทฯ ประกอบกิจการผลิตผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับอุตสาหกรรมยานยนต์โดยได้รับการส่งเสริมการลงทุนประเภท 4.8 กิจการผลิตชิ้นส่วนยานพาหนะชนิดชุดสายไฟฟ้าและชุดตกแต่งภายในสำหรับรถยนต์ บริษัทฯ เป็นบริษัทในเครือ ของ A ประเทศเยอรมัน ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์จำหน่ายแก่บริษัท B ประเทศเยอรมัน เมื่อบริษัท B เข้ามาประกอบกิจการในประเทศไทย A ประเทศเยอรมัน จะต้องจัดส่งชิ้นส่วนยานยนต์ให้แก่บริษัท B ประเทศไทยโดยต้องจำหน่ายชิ้นส่วนให้ในราคาที่กำหนดขึ้นตามนโยบายการบริหารต้นทุนและราคาของบริษัท B ประเทศเยอรมัน ซึ่ง การจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์ที่บริษัท B ประเทศไทย จะนำมาใช้นี้เดิม D ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ A ประเทศเยอรมัน เป็นผู้มีหน้าที่จัดจำหน่าย เมื่อบริษัท B มาประกอบกิจการในประเทศไทย D ได้ทำสัญญา Framework Agreement เพื่อโอนสิทธิตามสัญญาซื้อขายชิ้นส่วนยานยนต์มาให้บริษัทฯ เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายแทน โดยตาม Framework Agreement ข้อกำหนดว่า ราคาชิ้นส่วนยานยนต์ที่บริษัทฯ จำหน่ายนั้น บริษัทฯ จะต้องได้รับกำไรในอัตราร้อยละ 4-6 หากบริษัทฯ ขายชิ้นส่วนได้กำไรในอัตราที่ต่ำกว่าร้อยละ 4 บริษัทฯ จะได้รับชำระกำไรส่วนที่ขาดจาก D แต่หาก บริษัทฯ ขายชิ้นส่วนได้กำไรสูงกว่าร้อยละ 6 บริษัทฯ จะต้องส่งส่วนต่างกำไรที่ได้รับไปให้แก่ D โดยบริษัทฯ ถือว่า การส่งกำไรส่วนต่างให้แก่ D ในกรณีนี้เป็นการตอบแทนการโอนสิทธิผลิตและขายชิ้นส่วนยานยนต์

บริษัทฯ จึงขอทราบว่า

1. ผลกำไรร้อยละ 4-6 ที่บริษัทฯ ได้รับจาก D กรณีที่บริษัทฯ ขายชิ้นส่วนยานยนต์แล้วได้รับกำไรต่ำกว่า ร้อยละ 4 ถือเป็นรายได้ที่ได้รับเนื่องจากกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนถูกต้องหรือไม่

2. ผลกำไรที่บริษัทฯ จ่ายไปให้แก่ D กรณีที่บริษัทฯ ขายชิ้นส่วนยานยนต์แล้วได้รับกำไรสูงกว่าร้อยละ 6 ถือเป็นรายจ่ายเพื่อการประกอบกิจการในประเทศไทย ถูกต้องหรือไม่

3. ผลกำไรตาม 2. ถือเป็นรายได้ประเภทกำไรจากธุรกิจตามข้อ 7 ของความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทย กับสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้และจากทุน เนื่องจาก D ไม่มีสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย เงินได้ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการประกอบกิจการใน ประเทศไทยของ D และไม่มีการอนุญาตให้ใช้ทรัพย์สินทางปัญญาหรือถ่ายทอดเทคโนโลยีใดๆ ให้แก่บริษัทฯ ถูกต้องหรือไม่

2.แนววินิจฉัย

1. ตาม 1. บริษัทฯ ได้รับการส่งเสริมการลงทุนประเภทการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับอุตสาหกรรม ยานยนต์ชนิดชุดสายไฟฟ้าและชุดตกแต่งภายในสำหรับรถยนต์ การที่บริษัทฯ ได้รับโอนสิทธิผลิตและขายชิ้นส่วน ยานยนต์จาก D เพื่อส่งขายให้แก่บริษัท B ประเทศไทยโดยมีข้อสัญญาเกี่ยวกับรายได้ที่บริษัทฯ จะได้รับว่า หากบริษัทฯ มีรายได้จากการจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์ต่ำกว่าร้อยละ 4 บริษัทฯ จะต้องได้รับชดเชยกำไรในอัตราร้อยละ 4-6 จาก D แต่หากบริษัทฯ ขายชิ้นส่วนได้กำไรสูงกว่าร้อยละ 6 บริษัทฯ จะต้องส่งส่วนต่างของกำไร ที่ได้รับไปให้แก่ D ข้อสัญญาดังกล่าว มีลักษณะเป็นการประกันราคาขายสินค้าที่บริษัทฯ ควรจะได้รับจาก การขายสินค้าตามสัญญาโอนสิทธิผลิตและขายชิ้นส่วนยานยนต์ ดังนั้น ส่วนต่างที่รับมาหรือจ่ายไปจึงเป็นรายได้ หรือรายจ่ายของกิจการ ตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเงื่อนไขตามบัตรส่งเสริมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่ยกเว้นให้บริษัทฯ ไม่ต้อง นำรายได้ที่ได้รับจากการขายผลิตภัณฑ์รวมทั้งผลพลอยได้ มาเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลนั้น หมายถึงรายได้ที่บริษัทฯ ได้รับมาจากการขายผลิตภัณฑ์นั้นๆ แต่มูลค่าของผลกำไรตามที่กำหนดไว้ใน ข้อสัญญาโอนสิทธิผลิตและขายชิ้นส่วน ยานยนต์ที่บริษัทฯ มีสิทธิที่จะได้รับคืนมาจาก D เป็นรายได้ที่อาศัยมูลค่าของรายได้ที่ได้รับจากการขายผลิตภัณฑ์ ตามบัตรส่งเสริมฯ มาเป็นตัวกำหนดเพื่อให้รู้ว่า บริษัทฯ มีรายได้สูงหรือต่ำกว่าที่ควรจะเป็น จึงเห็นได้ว่า มูลค่าของผลกำไรที่บริษัทฯ มีสิทธิจะได้รับคืนมาจาก D มิได้เป็นรายได้ที่ได้รับจากการขายผลิตภัณฑ์ตามบัตรส่งเสริมฯ ที่แท้จริง จึงไม่ถือว่า มูลค่าของกำไรที่บริษัทฯ ได้รับมาตามสัญญาโอนสิทธิผลิตและขายชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นรายได้ของกิจการที่ได้รับการส่งเสริมฯ จึงไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล

2. ตาม 2. หากเงินกำไรดังกล่าวคำนวณจากรายได้จากการขายชิ้นส่วนยานยนต์หักด้วยต้นทุนสินค้าและ คำนวณเป็นระยะ ๆ โดยไม่ได้คำนวณจ่ายจากผลกำไรที่ได้รับเมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี บริษัทฯ สามารถนำเงินที่จ่ายไปในกรณีดังกล่าว ไปหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (19) แห่งประมวลรัษฎากร

3. ตาม 3. หากส่วนต่างของผลกำไรที่บริษัทฯ มีหน้าที่ตามสัญญาจะต้องโอนไปให้ D ตาม Framework Agreement นั้น มีผลเป็นค่าตอบแทนกู๊ดวิลล์ของ D หรือเพื่อการใช้เครื่องหมายการค้าแบบ แผนผังในการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ หรือเพื่อการใช้ข้อสนเทศเกี่ยวกับประสบการณ์ทางอุตสาหกรรมพาณิชยกรรมหรือทางวิทยาศาสตร์ ส่วนต่างของผลกำไรที่จ่ายดังกล่าว ถือเป็นค่าสิทธิ ตามมาตรา 40(3) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น เมื่อบริษัทฯ จ่าย ส่วนต่างดังกล่าวออกไปให้ D บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15 ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 12 วรรคสอง (ข) แห่งความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยกับ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนฯ

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 9 มิถุนายน 2551

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการจำหน่ายกำไรไปต่างประเทศ

    กค 0702/3133

  2. 1 สิงหาคม 2550

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการชำระค่าธรรมเนียมเพื่อตอบแทนการให้บริการทางวิศวกรรม

    กค 0706/7617

  3. 29 เมษายน 2546

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีค่าธรรมเนียมการเป็นผู้แทนจำหน่ายสินค้า

    กค 0706/4008

  4. 17 กันยายน 2544

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการซ่อมรถยนต์ที่อยู่ในระหว่างสัญญารับประกันความเสียหาย

    กค 0811/9105

  5. 21 มิถุนายน 2544

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีค่าธรรมเนียมการเป็นผู้แทนจัดจำหน่ายสินค้าอะไหล่รถยนต์

    กค 0811/6269

  6. 3 กันยายน 2541

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการเฉลี่ยรายได้และรายจ่ายสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมและไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน

    กค 0811/12998

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 65 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 65 ตรี เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ