ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีกองทุนรวมลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลประเภทอัตราดอกเบี้ยแปรผันตามการเปลี่ยนแปลงของเงินเฟ้อ

กค 0702/481 · 28 มกราคม 2568

เลขที่หนังสือ
กค 0702/481
วันที่
28 มกราคม 2568

1.ข้อหารือ

เนื่องจากมีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 52) พ.ศ. 2562 ซึ่งได้กำหนดให้กองทุนรวมมีฐานะเป็นนิติบุคคลและถือเป็นผู้มีเงินได้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 (4) (ก) แห่งประมวลรัษฎากร มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2562 หน่วยงาน ก. จึงขอสอบถามว่ากรณีที่กองทุนรวมลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลประเภทอัตราดอกเบี้ยแปรผันตามการเปลี่ยนแปลงของเงินเฟ้อ โดยได้รับผลตอบแทนและส่วนชดเชยจากการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลดังกล่าว กองทุนรวมจะมีภาระภาษีอย่างไร

2.แนววินิจฉัย

กรณีกองทุนรวมที่เป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศอยู่ในความหมายของบริษัทหรือหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 39 (3/1) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมตามพระราชบัญญัติ (ฉบับที่ 52) พ.ศ. 2562 มีผลให้กองทุนรวมมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2562 มีภาระภาษี ดังนี้

1. กรณีกองทุนรวมได้รับผลตอบแทนและส่วนชดเชยจากการลงทุนอัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว (คงที่) ส่วนชดเชยเงินเฟ้อบนดอกเบี้ย และส่วนชดเชยเงินเฟ้อบนจำนวนเงินไถ่ถอนสุดท้าย ที่จ่ายให้แก่ผู้ถือพันธบัตรเมื่อพันธบัตรครบกำหนด ซึ่งได้คำนวณจากวงเงินที่กองทุนรวมลงทุนในพันธบัตร ดังนั้น จำนวนเงินไถ่ถอนในวงเงินดังกล่าว จึงเข้าลักษณะเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (4) (ก) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งเกิดตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2562 นั้น ต้องนำเงินได้จากค่าตอบแทนทั้ง 3 ส่วน มาคำนวณเสียภาษีในอัตราร้อยละ 15 ของรายได้ก่อนหักรายจ่ายใดตามมาตรา 67 (3) แห่งประมวลรัษฎากร เว้นแต่กองทุนรวมจะมีเงินได้ซึ่งต้องเสียภาษีตามมาตรา 67 (3) แห่งประมวลรัษฎากร เฉพาะส่วนที่เกิดจากเงินฝากหรือตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่ถืออยู่ก่อนวันที่ 20 สิงหาคม 2562 ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 52) พ.ศ. 2562

2. การคำนวณรายได้ของกองทุนรวมตามมาตรา 40 (4) (ก) แห่งประมวลรัษฎากร ให้นำมารวมคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้รับชำระตามข้อ 3.13 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 1/2528 เรื่อง การใช้เกณฑ์สิทธิในการคำนวณรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ลงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2528

3. กรณีบุคคล บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4) (ก) แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่ผู้รับซึ่งเป็นกองทุนรวมที่เป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ให้ผู้จ่ายเงินได้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 15.0 ตามข้อ 4 (4) ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 14 กุมภาพันธ์ 2567

    ภาระภาษีตามประมวลรัษฎากรของกองทุน

    กค 0702/891

  2. 7 พฤศจิกายน 2562

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีภาระภาษีของกองทุนรวมตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 52) พ.ศ. 2562

    กค 0702/7525

  3. 21 มิถุนายน 2561

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการขออนุมัติหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายแทนผู้จ่ายเงินได้

    0702/4908

  4. 15 กรกฎาคม 2558

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีได้รับเงินส่วนแบ่งกำไรจากกองทุนรวมในระหว่างการชำระบัญชี

    0702/6598

  5. 11 พฤศจิกายน 2548

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีภาระภาษีของกองทุนรวมหุ้นระยะยาว

    กค 0706/6414

  6. 10 กันยายน 2544

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีเป็นตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวม

    กค 0811/8810

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 39 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 40 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 67 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ